ตลกร้ายหรือ

posted on 11 Oct 2012 10:25 by magusfly

                   ผมมีความฝัน...ความฝันที่ผมจะสามารถสร้างเสียงหัวเราะให้กับผู้คนในโลกนี้...ในโลกที่บูดเบี้ยวเช่นนี้ได้  หากจะเปรียบเสียงหัวเราะเป็นเครื่องหมายของความตลกขบขันละก็  ผมก็คงเป็นตัวแทนของตัวแทน ของตัวตลกละสินะ....แต่จริงๆแล้วผมก็เป็นตัวตลกของใครหลายๆคนจริงๆนั่นแหละ .....

                   ใครๆก็ว่าผมเป็นคนที่เกิดมาเพื่อเป็นตัวตลก อาจะเป็นเพราะใบหน้าบิดเบี้ยวเล็กน้อยในโลกนี้ที่คำว่าต่างมีค่าเท่ากับคำว่าผิดปกติ ใบหูที่ใหญ่ผิดรูปกอปรกับจมูกที่แลดูใหญ่โตไม่ต่างไปกับหมู สิ่งเหล่านี้เป็นส่วนผลักดันให้ผมกลายเป็นนักแสดงตลกในคณะตลกนี้ตั้งแต่เด็กจนปีนี้ที่ผมอายุย่างเข้า16ปีเหมือนกับพ่อของผม  ขอโทษทีที่ผมลืมเล่าไปว่าพ่อของผมเป็นผมเป็นตลกในคณะนี้ อย่าถามว่าแม่ของผมเป็นใครเพราะตั้งแต่ที่ผมจำความได้ผมก็รู้จักแต่คำว่าพ่อเพียงเท่านั้น     คณะตลกที่ผมอยู่เป็นคณะตลกที่ค่อนข้างใหญ่เร่แสดงตามงานวัดตามต่างจังหวัดหรือแล้วแต่จะมีใครสั่งแม้ทุกวันนี้จะมีโทรทัศน์แล้วก็ตาม  คำว่าบทบาทกับคำว่าตัวตนสำหรับผมมันกลายเป็นสิ่งเดียวกัน จนบางครั้งผมไม่แน่ใจว่ามันเป็นสิ่งที่คนอื่นหยิบยื่นให้หรือเป็นตัวตนที่แท้จริงของผมกันแน่ แต่ที่ผมรู้อยู่ตลอดที่ผมพูดบทชวนหัว  โดนตบหัวหรือแม้กระทั่งพ่อของผมซึ่งโดนตบหัวด้วยมุขควายๆอย่างตัวหัวพ่อ สิ่งที่ได้รับกับมาไม่ใช่ความเจ็บ แต่เป็นเสียงหัวเรา ตลกขบขันของผู้ชม เป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ที่จะยินดีเมื่อได้รับคำชื่นชม แต่ไฉนเลยความรู้สึกเช่นนั้นกับไม่ปรากฎในใจของผมแม้แต่นิดเดียว  แต่เมื่อได้ยิน เสียงชมเชยประโยคหนึ่งจาก น้ำ เธอซึ่งเป็นแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวในความมืดลวงตามันก็ทำให้ผมเห็นค่าของตัวเองขึ้นมาบ้าง น้ำเป็นเด็กผู้หญิงที่ถูกเลี้ยงมาในคณะตลกนี้ เหมือนกับผม น้ำคอยดูแลเสื้อผ้าเครื่องแต่งกลายของพวกเราทุกคน แต่สำหรับผมเธอไม่ได้ดูแลแค่เครื่องแต่งกายภายนอกเท่านั้น เธอยังคอยดูและเสื้อผ้าที่ห่อหุ้มหัวใจอันหนาวเหน็บของผมอีกด้วย คงปฎิเสธไม่ได้ว่าเธอเป็นคนเดียวที่ผมอยากได้ยินเสียงหัวเราะมากที่สุด

                   วันนี้เป็นวันแรกที่เธอจะได้ออกแสดงสมความตั้งใจของเธอ ผมไม่รู้ว่ามันจะเป็นการแสดงอะไรแต่มันอยู่ในเต้นที่ผมไม่เคยไปเหยียบ มันเป็นที่ที่พ่อผมห้ามไม่ให้ไป แต่วันนี้ก็คงไม่มีใครมาหยุดรั้งผมไม่ให้ไปที่นั่นได้แล้วหละ ผมแอบเข้ามาทางด้านหลังของเตนท์จริงๆมันก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรนักหรอกกับการแอบเข้ามาที่นี่ ไม่นานผู้คนที่ซื้อตัวเข้ามาที่กรูกันเข้ามาในเวทีที่นี่มีแต่ผู้ใหญ่และคนแก่ บรรยากาศที่นี่มันอบอวนไปด้วยสิ่งแปลกๆแสงไฟสีชมพูสลัวมันทำให้ผมรู้สึกมึนงงไปซักพัก ไม่นานผมก็ต้องตกใจกับภาพที่เห็น น้ำที่มาในชุดที่ไม่น่าจะเรียกว่าชุดเพราะมันไม่ ต่างอะเลยกับการไม่สวมใส่อาภรณ์ใดใด  นี่มันการแสดงบ้าอะไรวะ ไม่นานนักชายอีกคนที่ผมรู้จักดีก็ขึ้นมาบนเวที เขาเป็นคนที่ผมรู้จักดีเพราะว่าเขาเป็นหัวหน้าคณะตลกนี่เอง สิ่งที่ผมเห็นมันเป็นสิ่งที่ไอ้สัตว์นรกพวกนั้นมันทำกับเธอ  มันเหยียบย่ำกับการแสดงครั้งแรกของเธอ เสียงหัวเราะร่าชอบใจของผู้ชมดังสนั่น ดวงตาของผมเริ่มมองเห็นอะไรไม่ชัดเจนสักเท่าไหร่เพราะมันเต็มไปด้วยม่านน้ำจากน้ำตาของผม  ผมเข้าใจแล้ว เข้าใจจริงๆแล้วหละว่าโลกนี้มันช่างตลกจริงๆ แท้จริงความตลกมันมาจากการเหยียดหยัน เสียงหัวเราะมันแลกมากับน้ำตาและเลือดจากครั้งแรกของเธอ 

                   วันนี้น้ำก็มาแต่งหน้าให้ผมเหมือนทุกครั้ง ผมมองดูดวงตาที่เหม่อลอยของเธอ เธอไม่สบตาผมเลยสักครั้ง ไม่มีเสียงหัวเราะเหมือนทุกครั้ง ไม่เป็นไรวันนี้แหละผมจะสร้างเสียงหัวเราะให้เธอและทุกคนเอง แสงไฟนีออนเปิดออกวันนี้หมูสกปรกปรากฎตัวไม่เหมือนทุกครั้ง เพราะมันมาพร้อมกับชวานด้ามสั้นขึ้นสนิม ทันทีที่ขวานนั้นปักเข้าที่กระโหลกของผู้ชมผู้โชคร้ายหนึ่งคน ความหฤหรรษ์ และเสียงหัวเราะก็คงเริ่มขึ้นสินะ หากน้ำตาและเลือดเป็นสิ่งที่จะเรียกเสียงหัวเราะขึ้นมาได้  ครั้งนี้แหละผมเรียกเสียงหัวเราะให้ตัวเองบ้าง....

เมื่ออยากเขียนจึงเขียน

 
เมื่อเห็นสิ่งที่อยากเสนอจึงเสนอ
 
 
เพราะฉะนั้นจะถามอะไรจากน้ำหมึกกันเล่า......

edit @ 11 Oct 2012 10:29:47 by The Magus

    สามปีกว่าๆแล้วนะที่เราไมได้เจอกัน....สามปีกว่าแล้วนะที่เราปล่อยใหเธอ้เล่นซ่อนแอบอยู่หลังตู้ทั้งๆที่เราก็เห็นรอยชายเสื้อเธออยูตลอดเวลา หลายครั้งแล้วที่ผมเบื่อหน่ายกับการเล่นซ่อนแอบนี้แล้วเดินไปหาเธอเพื่อจะบอกว่าเราควรจะหยุดการเล่นซ่อนแอบครั้งนี้ซะทีเถอะ แต่พอผมเริ่มจับไหล่เธอเท่านั้นเธอก็หันกลับมาทันควันพร้อมกับชูนิ้วเป็นสัญญาณที่บอกให้เงียบๆเถอะนะ ผมก็ทำได้แต่เงียบๆจนมันนานแล้วหละนะที่ บทเพลง WISH YOU WERE HERE ของ Pinkfloyd บรรเลงทุกครั้งที่ผมได้พบเจอสิ่งใหม่ๆ สิ่งที่ตื่นตาตื่นใจ สิ่งที่น่าประทับใจ สิ่งที่ทำให้ผมปวดร้าวซึ่งมันพอๆกับความปวดร้าวที่ได้รับในทุกครั้งที่ฟังเพลงนี้ เหมือนกับปลาทองที่ว่ายวนอยู่ในขวดโหลกับสิ่งประดับที่คิดว่าเป็นโลกของมันจริงๆแต่ความเป็นจริงนั้นมันกับเป็นเพียงแค่ภาพลวงตา จนในที่สุดเธอก็ยอมออกมาจากการเล่นซ่อนหาอันยาวนาน ไม่มีใครจำเป็นต้องหาเธออีกต่อไปแล้ว เพราะเธอไม่จำเป็นต้องหลบซ่อนอีกต่อไปแล้วนี่
    ผมเดินเข้าไปหาเธอด้วยรอยยิ้ม...... เธอหันกลับมาด้วยรอยยิ้มเช่นกัน...แต่ทว่าเธอ เดินทะลุผ่านผมไปพร้อมกับความรู้สึกหนาวๆร้อนเล็กๆในใจแตกระนั้น่ก็ไม่ได้ทำให้เธอได้ตระหนักหรอกว่ามีผมอยู่ ณ ตรงนั้น ผมจึงได้รู้ว่า
แท้จริงแล้วผมไม่ได้มีตัวตนอยู่จริงๆนั่นหละนะ

edit @ 9 Sep 2012 14:06:45 by The Magus

edit @ 19 Sep 2012 06:58:15 by The Magus

Falling for you,,,,Because I fall for you

posted on 14 Jan 2010 23:22 by magusfly
เธอจ๋า,,,จำวันที่เราเจอกัน
ครั้งแรกได้รึเปล่า,,,,เราต่างคนต่างไม่รู้อะไรซึ่งกันและกันเลยซักอย่าง... เธอจำได้รึเปล่านะ


แต่แล้ว...
น้ำที่หลั่งรดลงมา ทำให้เราได้รู้จักกันมากขึ้น....
ปุ๋ยและไส้เดือน ทำให้เราได้รู้จักกันมากขึ้น....
ลมและแสงแดด ทำให้เราได้รู้จักกันมากขึ้น....
สายฝน ทำให้เราได้รู้จักกันมากขึ้้น....
หรือแม้แต่เจ้าหมาตัวน้อย ก็ทำให้เราได้รู้จักกันมากขึ้นไปอีก.....
จนถึงตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าเธออ่อนเยาว์ และเธอมีความฝันอะไรที่ฉันคิดว่ามันก็เหมือนกับฉันนั่นแหละ
แล้วเราก็คงเข้ากันได้แน่นอ
ฉันดัใจ.....
และแล้วความฝันของฉันก็เหมือนจะเป็นจริงเมื่อสิ่งที่กั้นเราที่เรียกว่า "กระถาง" ไม่มีอีกต่อไป
เราอยู่บนผืนดินเดียวกันแล้วนะ
ฉันดีใจ....

เธอจ๋า....มันไม่เหมือนอย่างที่ฉันคิดไว้เลย
เพราะมันดีกว่าที่ฉันคิดเสียอีกนะเราได้ใกล้ชิดกัน ได้ทุกข์ ได้สุข
ได้สนุกด้วยกันจนฉันไม่รู้สึกสนุกกับวันนี้เพราะรู้ว่าพรุ่งนี้ต้องสนุกกว่าวันนี้แน่นอน

ฉันมีความสุขนะ...

เวลาผ่านไปจนวันที่ฉันสังเกตได้ว่าเธอเริ่มมีบางสิ่งที่สวยงามเบ่งบานออกมา เช่นเดียวกับฉัน
เธอรักและหวงแหนมันมาก จนฉันก็ฉุกคิดได้ว่าฉันก็มีความคิดเช่นเดียวกับเธอ
ฉันอยากเติบโต.....ไม่ใช่แค่เติบโต แต่ต้องสง่างามด้วยหละ

ธาตุอาหารในดิน อ๊อกซิเจน แสงแดด สายน้ำ ฉันต้องการเหลือเกิน แต่รู้มั๊ยเธอจ๋า
ฉันยังต้องการเธอ มันคงเป็นกลไกอย่างหนึ่งของธรรมชาติ การคัดสรรของธรรมชาติ โดยออโต้และแมนวล
เราแก่งแย่ง และแข่งขันกัน
เราอยากเติบโต.....

มันฟังดูเริ่มโหดร้ายและเห็นแก่ตัว แต่เธอจ๋า ถ้านี่คือความเห็นแก่ตัวอันบริสุทธิ์หละเธอจะว่าอย่างไ
เรายังคงสนุกและมีความสุขร่วมกันจนกระทั่งวันนี้ก็มาถึงวันของการจาก
ฉันรู้ว่าวันนี้มันต้องมาถึง เธอก็คงรู้เช่นเดียวกัน

เธอจ๋า....ฉันรู้สึกเศร้าใจ แต่ก็ไม่ได้เสียใจนะ บางครั้งฉันก็ได้ยินเสียงของเธอผ่านสายลม หรือเจ้าผึ้งตัวน้อยที่มาลิ้มรสเกสรดอกไม้ของฉัน ไม่สิ บัดนี้มันออกเป็นผลไม้น่ารับประทานแล้วนะ ฉันอยากจะอวดเธอจริงๆเชียว
แต่ว่านะ.....
นี่มันนานเท่าไหร่กันแล้วนะที่เราไม่เจอกัน แต่เธอจ๋า ฉันอยากจะบอกเธอเหลือกเกินว่า บัดนี้ฉันกำลังจะเจอเธออีกครั้ง เธอจะจำฉันได้มั๊ยนะ

แต่ฉันก็สงสัยไม่ได้ว่าทำไมเธอช่างดูอ่อนเยาว์และเปราะบางเสียเหลือเกิน ในขณะที่ฉันกำลังเปราะบางแต่ไม่อ่อนเยาว์ทำไมกันนะ.....

จนถึงตอนนี้ฉันเข้าใจแล้วหล
ฉันยิ้มแล้วปล่อยให้สายลมปลิดเอาส่วนหนึ่งของฉันร่วงหล่นลงมา

มันนานเท่าไหร่แล้วนะ
ร่างกายนี้ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากเท่าไหร่แล้ว

ถึงเวลาที่ฉันพร้อมแล้วหละที่จะหวนกลับสู่ผืนดิน
ไม่ใช่เพื่อใครที่ไหน ก็เพื่อเธอนั่นแหละ....
แต่ไม่ต้องเสียใจไปหรอกนะ แล้วซักวันหนึ่งฉันจะกลับมาพบเธออีกครัง ฉันสัญญาเลยหละ
ลาก่อนนะ ....
 
ปล.เรื่องนี้ก็นึกขึ้นได้เมื่อตะกี้ ห้าห้าห้า ช่วงนี้มันเป็นอาไรน้า

edit @ 14 Jan 2010 23:24:16 by The Magus

edit @ 16 Jan 2010 20:09:04 by The Magus